แนวทางการจัดทีม FPL22/23

แนวทางการจัดทีม Fantasy Premier League 22/23 เริ่มต้นแล้ว

เหลืออีกเพียงแค่ไม่กี่วันที่ Fantasy Premier League 22/23 ก็จะเริ่มการแข่งขันนับคะแนนกันแล้ว ซึ่งทาง FPL ก็ได้เปิดให้ผู้เล่นสร้างทีมและจัดตัวนักเตะกันมาซักระยะหนึ่งแล้ว โดย แนวทางการจัดทีม ในช่วงนี้ผู้เล่นจะสามารถเปลี่ยนนักเตะเข้า-ออกจากทีมได้ไม่จำกัด จนกว่าจะถึงเดดไลน์ของ Game Week 1 ในวันที่ 6 สิงหาคม 2565 เวลา 00.30 น. ซึ่งฟังดูก็เหมือนจะยังมีเวลาให้เราได้ตัดสินใจกันอีกพอสมควร แต่สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเล่นได้ไม่นาน อาจจะเกิดอาการคิดไม่ออกบอกไม่ถูกว่าจะเริ่มจัดทีมอย่างไรดี เพราะจำนวนนักเตะก็เยอะเสียจนจำได้ไม่หมด อีกทั้งนักเตะใหม่หลายคนก็ยังไม่เคยเห็นฟอร์มการเล่นมาก่อน วันนี้เราจะมาแนะนำแนวทางการจัดทีมสำหรับ Game Week 1 กัน



แนวทางการจัดทีม จัดโครงสร้างทีมสำหรับ Game Week 1

Fantasy Premier League จะเปิดให้เราจัดทีมโดยเลือกนักเตะจากพรีเมียร์ลีกมาจำนวน 15 คน ในงบประมาณ 100m โดยมีเงื่อนไขว่าจะมีนักเตะจากสโมสรเดียวกันอยู่ในทีมได้ไม่เกิน 3 คน โดยจำนวนนักเตะแต่ละตำแหน่งที่ต้องเลือกเข้าทีมมี ดังนี้

  • ผู้รักษาประตู 2 คน
  • กองหลัง 5 คน
  • กองกลาง 5 คน
  • กองหน้า 3 คน

ต่อไปจะเป็นขั่นตอนที่ผมใช้ในการจัดทีม ทั้งนี้ ต้องบอกก่อนว่าเพียงแนวทางหนึ่งเท่านั้น ผู้เล่นอื่นๆต่างจะมีแนวคิดและเทคนิคต่างกันไป



1.เริ่มต้นด้วย Premium

แนวทางการจัดทีม FPL22/23 ควรจะเริ่มต้นด้วย นักเตะระดับ Premium FPL22/23 คือนักเตะที่มีค่าตัวตั้ง 10m ขึ้นไป ซึ่งค่าตัวที่แสนแพงนี้ก็มาจากผลงานในสนาม ทั้งการยิงประตู และทำแอสซิส โกยคะแนนจาก FPL ได้เป็นกอบเป็นกำ ส่งผลให้ค่าตัวของพวกเขาสูงโดดจากนักเตะคนอื่นๆ

โดยนักเตะ Premium ในฤดูกาล 22/23 มี ดังนี้

นักเตะระดับ Premium FPL22/23
นักเตะระดับ Premium FPL22/23
  • Mohamed Salah (Liverpool) ตำแหน่งกองกลาง ค่าตัว 13.0m สถิติฤดูกาล 21/22 23 ประตู 14 แอสซิส คะแนนรวม 265
  • Son Heung-min (Spurs) ตำแหน่งกองกลาง ค่าตัว 12.0m สถิติฤดูกาล 21/22 23 ประตู 10 แอสซิส คะแนนรวม 258
  • Kevin De Bruyne (Man City) ตำแหน่งกองกลาง ค่าตัว 12.0m สถิติฤดูกาล 21/22 15 ประตู 8 แอสซิส คะแนนรวม 196
  • Harry Kane (Spurs) ตำแหน่งกองหน้า ค่าตัว 11.5m สถิติฤดูกาล 21/22 17 ประตู 11 แอสซิส คะแนนรวม 192
  • Erling Håland (Man City) ตำแหน่งกองหน้า ค่าตัว 11.5m สถิติฤดูกาล 21/22 22 ประตู 7 แอสซิส *Dortmund(Bundesliga)
  • Cristiano Ronaldo(Man Utd) ตำแหน่งกองหน้า ค่าตัว 10.5m สถิติฤดูกาล 21/22 18 ประตู 3 แอสซิส คะแนนรวม 159
  • Raheem Sterling (Chelsea) ตำแหน่งกองกลาง ค่าตัว 10.0m สถิติฤดูกาล 21/22 13 ประตู 7 แอสซิส คะแนนรวม 163
  • Bruno Fernandes (Man Utd) ตำแหน่งกองกลาง ค่าตัว 10.0m สถิติฤดูกาล 21/22 10 ประตู 7 แอสซิส คะแนนรวม 151

สำหรับนักเตะ Premium ผู้เล่นมักจะเลือกเข้าทีม 1-3 คน ซึ่งก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน โดยหากถ้าเลือก Premium แค่ 1 คน ก็จะมีงบเหลือให้เลือกนักเตะค่าตัว 7-9m ได้มากขึ้น แต่ข้อเสียก็คือถ้านักเตะที่เลือกมาฟอร์มไม่ดีอย่างที่คิด การเปลี่ยนหรือเพิ่ม Premium ใหม่เข้ามาอาจจะไม่คล่องตัวเท่าไหร่ หรือหากเลือกใช้ Premium 3 คน ก็ต้องยอมแลกด้วยการเลือกนักเตะราคาไม่เกิน 4.5m ที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ลงเล่น เข้ามาในทีมมากหน่อย เพื่อให้ครบ 15 คนและไม่เงินงบประมาณ 100m

ดังนั้น จำนวนนักเตะ Premium ที่เราอยากแนะนำก็คือ 2 คน ถือเป็นทางสายกลางที่ไม่มากไม่น้อยเกินไป หากมีคนนึงฟอร์มไม่ดีก็สามารถสับเปลี่ยนได้คล่องตัวกว่า อีกทั้งยังไม่ต้องเอานักเตะ ราคาไม่เกิน 4.5m เข้ามามากเกินไปด้วย ส่วนอยากจะเอานักเตะคนไหนเข้าทีมนั้นอยู่ที่ความชอบของคุณเลยครับ แต่สิ่งที่อยากให้คำนึงถึงด้วยก็คือโปรแกรมการแข่งขัน ช่วงใน 3-5 เกมแรกด้วย เพราะแต่ละทีมเจอกับงานหนัก-เบา ไม่เท่ากัน



2.เหล่ากองหลังตัวท็อป

หลังจากได้ตัวความหวังในตำแหน่ง กองหน้าหรือกองกลาง มาแล้ว ต่อไปใน แนวทางการจัดทีม คือ กองหลังตัวท็อป ที่ส่วนใหญ่จะเล่นในตำแหน่งฟูลแบ๊ก เพราะเป็นตำแหน่งที่ต้องเติมเกมบุก จึงมีโอกาสขึ้นมาทำแต้มได้สูง ไม่ว่าจะเป็นการจ่าย (3 แต้ม )หรือยิงเอง(6 แต้ม) นอกจากนี้หากทีมไม่เสียประตูก็ยังได้คะแนนจากคลีนชีท (4 แต้ม) อีกด้วย

สำหรับ กองหลังตัวท็อปในฤดูกาล 22/23 มีดังนี้

สำหรับ กองหลังตัวท็อปในฤดูกาล 22/23
สำหรับ กองหลังตัวท็อปในฤดูกาล 22/23
  • Trent Alexander-Arnold (Liverpool) ค่าตัว 7.5m สถิติฤดูกาล 21/22 2 ประตู 12 แอสซิส 18 คลีนชีท คะแนนรวม 208
  • João Cancelo (Man City) ค่าตัว 7.0m สถิติฤดูกาล 21/22 1 ประตู 11 แอสซิส 19 คลีนชีท คะแนนรวม 201
  • Andrew Robertson (Liverpool) ค่าตัว 7.5m สถิติฤดูกาล 21/22 3 ประตู 11 แอสซิส 17 คลีนชีท คะแนนรวม 186
  • Virgil van Dijk (Liverpool) ค่าตัว 6.5m สถิติฤดูกาล 21/22 3 ประตู 3 แอสซิส 21 คลีนชีท คะแนนรวม 183
  • Reece James (Chelsea) ค่าตัว 6.0m สถิติฤดูกาล 21/22 5 ประตู 9 แอสซิส 7 คลีนชีท คะแนนรวม 141

สำหรับกองหลังตัวท็อปนั้น ของมันต้องมีเลยก็คือ Alexander-Arnold ฤดูกาลที่ผ่านมาเขาทำคะแนนรวมเป็นอันดับที่ 3 รองจาก Salah และ Son เท่านั้น เรียกว่าค่าตัว 7.5 แต่ทำแต้มได้มากกว่านักเตะเกมรุกค่าตัว 8.0m-9.0 m เสียอีก หรือหากใครไม่ชอบ TAA เพราะว่ามีคนเลือกเยอะแล้ว ก็อาจจะเปลี่ยนใจไปใช้เพื่อนร่วมทีม Robertson ที่ค่าตัวถูกกว่าก็ได้ แต่แนะนำว่าไม่ควรเลือกทั้ง 2 คนพร้อมกัน เพราะหากทีมเกิดเล่นแย่ขึ้นมาก็จะเสียคะแนนไปทั้งคู่เลย อีกมุมหนึ่งผมมองว่าโอกาสที่ทั้งคู่จะทำแต้มเยอะในนัดเดียวกันก็ถือว่าไม่สูงนัก สู้เปลี่ยนไปใช้ Cancelo ที่อยู่คนละทีมดูจะน่าลุ้นกว่า

สรุป การเลือกกองหลังตัวท็อป ลองชั่งใจดูระหว่าง Alexander-Arnold หรือ Robertson เพื่อมายืนพื้นก่อน 1 คน จากนั้น อาจจะเลือกแบ๊กจอมบุกอย่าง Cancelo/James/Chilwell (6.0m)/Cash(5.0m) เข้ามาอีก 1-2 คนก็ได้



3.ผู้รักษาประตู ที่คุ้มค่าคุ้มราคา

ผู้รักษาประตูเป็นอีกตำแหน่งที่น่าลำบากใจ เพราะหากคุณเลือกใช้ตัวระดับท็อปในฤดูกาลที่แล้วอย่าง Alisson(Liv) คะแนนฤดูกาล 21/22 176 แต้ม, Lloris(Spurs) คะแนนฤดูกาล 21/22 158 แต้ม หรือ Ederson(Man City)คะแนนฤดูกาล 21/22 155 แต้ม ต้องจ่ายค่าตัวให้พวกเขาถึง 5.5m ซึ่งใน FPL จะบังคับให้เราเลือกผู้รักษาประตูเข้าทีมจำนวน 2 คน ถ้าเกิดเราเลือกใช้ตัวท็อปทั้ง 2 คนคงจะไม่ดีต่องบประมาณแน่ ดังนั้นหากเลือกใช้คนหนึ่งใน 3 คนดังกล่าวไปแล้ว ผู้รักษาอีกคนที่ควรเอาเข้าทีมก็ควรจะอยู่ที่ค่าตัว 4.5m เพื่อไม่ให้กระทบกับการเลือกนักเตะตำแหน่งอื่นมากเกินไป

จัดทีม ผู้รักษาประตู ที่คุ้มค่าคุ้มราคา
จัดทีมผู้รักษาประตู ที่คุ้มค่าคุ้มราคา

เนื่องจากผู้รักษาประตูเป็นตำแหน่งที่ทำคะแนนค่อนข้างยากใน FPL เพราะส่วนใหญ่จะต้องลุ้นคะแนนจากคลีนซีท หรือจำนวนการเซฟในเกมนั้น ( 3ครั้ง / 1คะแนน) อาจจะมีได้เยอะหากเซฟจุดโทษได้ ซึ่งโอกาสน้อยกว่าลุ้นให้กองกลางหรือกองกลางทำคะแนนมาก

แต่ในความเห็นของผม ขอมองข้ามตัวท็อปทั้ง 3 ไปเลย เพราะนอกจากราคาที่สูงแล้ว นักเตะคนอื่นในทีม Liverpool,Man City และ Spurs ต่างก็มีตัวน่าสนใจกว่า และทำแต้มได้ดีกว่าผู้รักษาประตูอยู่มาก ดังนั้นจึงหันไปมองประตูจากทีมอื่นๆ ดีกว่า โดยตั้งงบไว้ที่ค่าตัว 5.0 และ 4.5 อย่างละหนึ่งคน เพื่อไม่ให้ไปเบียดงบตำแหน่งอื่นมากเกินไป

โดยผู้รักษาประตูค่าตัว 4.5m – 5.0m ที่น่าสนใจมี ดังนี้

  • David Raya (Brentford) ค่าตัว 4.5m สถิติฤดูกาล 21/22 8 คลีนชีท 78 เซฟ คะแนนรวม 95
  • Robert Sánchez (Brighton) ค่าตัว 4.5m สถิติฤดูกาล 21/22 18 คลีนชีท 101 เซฟ คะแนนรวม 126
  • Edouard Mendy (Chelsea) ค่าตัว 5.0m สถิติฤดูกาล 21/22 14 คลีนชีท 72 เซฟ คะแนนรวม 130
  • David De Gea (Man Utd) ค่าตัว 5.0m สถิติฤดูกาล 21/22 8 คลีนชีท 127 เซฟ คะแนนรวม 132
  • José Sá (Wolves) ค่าตัว 5.0m สถิติฤดูกาล 21/22 11 คลีนชีท 121 เซฟ 1 แอสซิส คะแนนรวม 146
  • Aaron Ramsdale (Arsenal) ค่าตัว 5.0m สถิติฤดูกาล 21/22 12 คลีนชีท 90 เซฟ คะแนนรวม 135

***มาถึงตอนนี้เราจะเหลืองบอยู่ประมาณ 50.0M +/- กับนักเตะที่ต้องเลือกอีก 8-9 คน



4.เป้าหมายต่อไปคือ นักเตะที่ค่าตัวอยู่ระหว่าง 8.0m – 9.5m ซึ่งเป็นกองหน้าและกองกลาง ที่ทำแต้มได้สม่ำเสมอ แต่ไม่เปรี้ยงปร้างเท่าตัว Premium โดยนักเตะที่น่าสนใจ มีดังนี้

นักเตะที่ค่าตัวอยู่ระหว่าง 8.0m - 9.5m
นักเตะที่ค่าตัวอยู่ระหว่าง 8.0m – 9.5m
  • Gabriel Jesus (Arsenal) กองหน้า ค่าตัว 8.0m สถิติฤดูกาล 21/22 8 ประตู 8 แอสซิส คะแนนรวม 120
  • Bukayo Saka(Arsenal) กองกลาง ค่าตัว 8.0m สถิติฤดูกาล 21/22 11 ประตู 9 แอสซิส คะแนนรวม 179
  • Mason Mount(Chelsea) กองกลาง ค่าตัว 8.0m สถิติฤดูกาล 21/22 11 ประตู 11 แอสซิส คะแนนรวม 169
  • James Maddison(Leicester) กองกลาง ค่าตัว 8.0m สถิติฤดูกาล 21/22 12 ประตู 11 แอสซิส คะแนนรวม 181
  • Jarrod Bowen(West Ham) กองกลาง ค่าตัว 8.5m สถิติฤดูกาล 21/22 12 ประตู 17 แอสซิส คะแนนรวม 206
  • Jamie Vardy(Leicester) กองหน้า ค่าตัว 9.5m สถิติฤดูกาล 21/22 15 ประตู 3 แอสซิส คะแนนรวม 133

ผู้เล่นส่วนใหญ่จะนิยมเลือกนักเตะค่าตัว 8.0m กันเนื่องจากมีราคากลางๆ และเป็นนักเตะที่มักจะการันตีตัวจริงในการลงแข่งด้วย โดยนักเตะในกลุ่มนี้เราจะเลือกได้อยู่ที่ 1-3 ตัว ซึ่งถ้าเอาแบบเลือกได้สบายๆไม่เบียดเบียดงบเกินไปก็แนะนำให้เลือกค่าตัว 8.0m ซัก 2 คนกำลังดีครับ

มาถึงตอนนี้เราก็จะมีงบเหลือประมาณ 25-35m กับการหานักเตะอีก 5-6 คน ช่วงนี้ก็จัดทีมตามที่ชอบได้เลยครับ ซึ่งนักเตะที่เหลือก็มีค่าตัวอยู่ที่ 4.0m-7.0m โดยถ้าเลือกนักเตะที่ค่าตัวไม่เกิน 5.0m เข้าทีมก็จะจัดสรรงบประมาณได้ง่ายหน่อย แต่หากอยากได้นักเตะที่ราคาสูงขึ้นมา ก็จำเป็นจะต้องหานักเตะราคาต่ำเข้ามาเพื่อถัวงบประมาณให้ทีม ซึ่งนักเตะกลุ่มนี้จะเป็นพวกทำแต้มได้น้อย ไปจนถึงแทบไม่มีโอกาสได้ลงสนามเลย



5.นักเตะค่าตัวถูกที่ทุกทีมจำเป็นต้องมี

ถึงจะทำแต้มได้น้อย แต่นักเตะค่าตัว 4.0-4.5m ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการจัดทีม ซึ่งเราควรเลือกจากนักเตะทีมีโอกาสได้ลงเล่นเป็นหลัก เพราะอย่างน้อยการทำคะแนนได้ 2 แต้ม ก็ถือว่าคุ้มค่ากับราคาแล้ว

นักเตะค่าตัวถูกที่ทุกทีมจำเป็นต้องมี
นักเตะค่าตัวถูกที่ทุกทีมจำเป็นต้องมี

โดยนักเตะค่าตัวต่ำที่น่าสนใจ มีดังนี้

  • Neco Williams (Forest) กองหลัง ค่าตัว 4.0m
  • Ben White (Arsenal) กองหลัง ค่าตัว 4.5m
  • Tyrone Mings (Aston Villa) กองหลัง ค่าตัว 4.5m
  • Pontus Jansson (Brentford)กองหลัง ค่าตัว 4.5m
  • Jack Colback (Forest) กองกลาง ค่าตัว 4.5m
  • Andreas Pereira (Fulham) กองกลาง ค่าตัว 4.5m

สำหรับนักเตะ 4.0m-4.5m จะใช้กี่คนก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่เหลือของคุณ หากเลือกนักเตะค่าตัวแพงมาเยอะ ก็อาจจะต้องใช้ถึง 4-5 คน แต่ถ้าจะเอาแบบพอดีๆผมว่ามีซัก 2-3 คนก็พอครับ

จบไปแล้วสำหรับแนวทางการจัดทีมเริ่มต้นสำหรับ Game Week แรก ซึ่งผมจะไม่ได้แนะนำแบบเจาะจงที่นักเตะมากนัก เนื่องจากแต่ละคนก็มีแนวการเล่นของตัวเองต่างๆกันไป เพราะนอกจากการเลือกโครงสร้างทีมตามราคาแล้ว ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆอีก ไม่ว่าจะเป็น ตารางแข่งขัน ฟอร์มการเล่นช่วงพรีซีซั่น การซื้อ-ขายนักเตะ ซึ่งอาจจะส่งผลกับตำแหน่งของนักเตะที่เราเลือก หรือเราอาจจะเลือกนักเตะตามคนส่วนใหญ่โดยการดูจาก Team Selected by % เพื่อเกาะกลุ่มกันไปก็ได้

ทั้งนี้ นอกจากปัจจัยที่กล่าวถึงแล้ว ยังมีเรื่องของสถิติต่างๆ เช่น โอกาสยิงประตู (Gx) โอกาสทำแอสซิส (Ax) จำนวนนาทีลงเล่น และค่าอื่นๆ ที่ผู้เล่นระดับท็อปจะดูข้อมูลพวกนี้ประกอบด้วย เรียกว่าภายนอกอาจจะดูเป็นเกมมหาชนเล่นสนุกๆ แต่คนที่เล่นในระดับจริงจังก็ยังมีเรื่องให้วิเคราะห์และศึกษาอีกมากมาย สำหรับมือใหม่ก็ไม่ต้องกังวลครับ ค่อยๆศึกษา ลองผิด ลองถูกไป เริ่มตั้งเป้าหมายคะแนนให้ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาก็รู็สึกภูมิใจแล้ว

ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จกับ แนวทางการจัดทีม ในฤดูกาลนี้ครับ