Barcelona – ลาลีก้า ลีก อาจม้วนเดียวจบ

Barcelona – ลาลีก้า ลีก อาจม้วนเดียวจบ

Barcelona ที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา จากเออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือที่ทำให้ทีมคว้าแชมป์ ลา ลีก้า ได้ 2 สมัยติดต่อกันในช่วงที่ผ่านมา มาเป็นกิเก้ เซเตียน กุนซือวัย 60 ปีที่เคยทำเรอัล เบติสได้อย่างชื่นชมเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ ซึ่งบัลเบร์เด้โดนปลดจากตำแหน่งหลังจากที่เขาพาทีมตกรอบรองชนะเลิศในศึกซุเปอร์ โกปาที่ไปแพ้ให้กับแอตเลติโก มาดริดในทัวร์นาเม้นต์ที่ไปเล่นในประเทศซาอุดิอาราเบีย

ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ของ ศึกซุเปอร์ โกปา เพราะก่อนหน้านี้ จะเล่นแบบนัดเดียวจบเท่านั้น คือการเอาทีมที่เป็นแชมป์โกปา เดล เรย์ กับลา ลีก้ามาทำการแข่งขันกัน แต่ในฤดูกาลนี้มีการเปลี่ยนให้เป็น 4 ทีม คือแชมป์ และรองแชมป์ลา ลีก้า กับแชมป์ และรองแชมป์โกปา เดล เรย์

ทำให้บาร์เซโลน่า, แอตเลติโก มาดริด, เรอัล มาดริด และ บาเลนเซีย ได้ไปแข่งทัวร์นาเม้นต์ในการสร้างการตลาดให้กับ ลา ลีก้า ในครั้งนี้นั่นเอง ซึ่งสุดท้ายบาร์เซโลน่าต้องพ่ายให้กับแอตเลติโก มาดริด จนทำให้พอทีมเดินทางกลับมาถึงแคว้นกาตาลุนญ่าก็มีการประชุมบอร์ดบริหาร และปลดเออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ออกจากตำแหน่งทันที

Barcelona ยุคใหม่กับกิเก้ เซเตียน

นับตั้งแต่ที่กิเก้ เซเตียนเข้ามาคุมทีมเมื่อช่วงกลางเดือนมกราคมนั้น ผลงานของบาร์เซโลน่าก็ยังไม่ได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแต่อย่างใด และยังมีการแพ้อยู่หลายนัดด้วยซ้ำในช่วงแรก และเกมไหนที่ชนะก็เหมือนจะเป็นการเก็บชัยชนะได้ค่อนข้างยากเย็น เพราะหลังจากที่เขาเข้ามารับงานคุมทีมในถิ่นคัมป์ นูนั้น หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าคนสำคัญของทีมได้รับบาดเจ็บอย่างหนักไป จนทำให้ต้องพักถึง 4 เดือนเลยทีเดียว ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพในการจบสกอร์ของทีมนั้นอ่อนลงอย่างชัดเจน ซึ่งส่วนใหญ่ในตอนนั้นบาร์เซโลน่ามักจะเอาชนะคู่แข่งได้ด้วยสกอร์ที่เฉียดฉิวเท่านั้น

แต่สิ่งที่แตกต่างไปจากเดิมในยุคของกิเก้ เซเตียนก็คือ บาร์เซโลน่ากลับมามีการเล่นที่ดุดันอีกครั้ง โดยพวกเขากลับมาใช้วิธีการเพรสซิ่งจากแดนบนทันที ซึ่งต่างจากในยุคของเออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ที่จะเน้นการลงมาตั้งรับในแดนตัวเองเป็นหลัก ซึ่งทำให้พวกเขาได้ครองบอลน้อยลงไปด้วย แต่ในยุคของกุนซือคนใหม่นี้นั้นทำให้บาร์เซโลน่าแย่งบอลกลับมาครอบครองได้อย่างรวดเร็ว และสร้างสรรค์โอกาสในการทำประตูได้บ่อยครั้งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ในตอนแรกติดที่ยังไม่มีความเฉียบขาดเท่านั้น ทำให้ผลงานยังไม่ต่อเนื่องเท่าที่ควร

และสุดท้ายพวกเขาก็บุกไปพ่ายเรอัล มาดริดในศึกเอล กลาซิโก้ 0-2 ด้วย ทำให้ถูกเรอัล มาดริดแซงหน้าไปในตอนนั้น แต่ช่วงก่อนที่จะหยุดการแข่งขันหนีโควิด 19 ไป บาร์เซโลน่าสามารถกลับมานำเป็นจ่าฝูงได้อีกครั้ง เนื่องจากทีม “ราชันย์ชุดขาว” ไปพลาดกันเองบอ่ยครั้ง ทำให้กลับมาเป็นรองอีกครั้งก่อนที่จะหยุดแข่งขันไปนาน 3 เดือนเลยทีเดียว

Barcelona
Barcelona

การกลับมาเล่นในศึกครั้งแรกในลา ลีก้าสเปนหลังจากที่หยุดการแข่งขันไป 3 เดือน บาร์เซโลน่ามีคิวบุกไปเยือนเรอัล มาญอร์ก้า ทีมเล็กๆ ที่เคยเล่นในรังเอาชนะเรอัล มาดริดมาแล้วในช่วงต้นฤดูกาล แต่คราวนี้บาร์เซโลน่ามาอย่างดุ และบุกเอาชนะไปได้อย่างสวยงาม 4-0 โดยการเรียงหน้ากันยิง และมีลิโอเนล เมสซี่เป็นคนปิดท้าย ซึ่งทำให้บาร์เซโลน่ายังรั้งจ่าฝูงได้อย่างเหนียวแน่น และเหลือการแข่งขันอีกเพียง 10 นัดเท่านั้นในฤดูกาลนี้

ซึ่งมีโอกาสไม่น้อยทีเดียวที่บาร์เซโลน่าอาจจะนำแบบม้วนเดียวจบ และเข้าป้ายด้วยการเป็นแชมป์ลา ลีก้าในฤดูกาลนี้อีก 1 สมัยก็เป็นได้ แม้ว่าเรอัล มาดริดจะเอาชนะเออิบาร์ได้ 3-1 และยังคงตามหลังมาติดๆ อยู่ก็ตาม

ในช่วง 10 นัดที่เหลือของฤดูกาลนั้น บาร์เซโลน่าเหลืองานหนักอีกเพียงไม่กี่นัดเท่านั้น โดยมีเกมที่พวกเขาต้องบุกไปเยือนราม่อน ซานเชซ ปิซฆวน รังเหย้าของเซบีญ่าในสุดสัปดาห์นี้ และรวมไปถึงการเล่นในรังพบกับแอตเลติโก มาดริด ที่ดูจะเป็นงานยากของพวกเขา แต่นอกนั้นมีโอกาสเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด

สถานการณ์ในตอนนี้บาร์เซโลน่ากลับมาดูดีกว่าเรอัล มาดริดพอสมควร เพราะตอนนี้พวกเขาได้หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าคนสำคัญของทีมหายจากอาการบาดเจ็บกลับมาลงสนามได้แล้วในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้ลงมาเป็นตัวสำรองในช่วงครึ่งหลังในนัดที่บุกถล่มเรอัล มาญอร์ก้า 4-0 หลังจากที่หายหน้าไปถึง 5 เดือนเลยทีเดียว

ซึ่งทำให้ขุมกำลังของทีมค่อนข้างพร้อมในช่วงที่เหลือของฤดูกาล แต่ในขณะเดียวกันเรอัล มาดริดก็ยังมีปัญหาในแนวรุกอยู่ดี ซึ่งแนวรุกของพวกเขาทำประตูได้ค่อนข้างน้อยในฤดูกาลนี้ ซึ่งนัดที่เอาชนะเออิบาร์ได้ 3-1 ก็มาจากการทำประตูของกองหลัง และกองกลางทั้งนั้น แม้ว่าจะได้เอแดน อาซาร์หายเจ็บกลับมาช่วยทีมได้แล้วก็ตาม แต่ก็ยังดูไม่ค่อยฟิต และฟอร์มก็ยังไม่เข้าที่แต่อย่างใด ทำให้ในระยะยาวแล้ว บาร์เซโลน่ายังดูเป็นต่อทีม “ราชันย์ชุดขาว” อยู่พอสมควรทีเดียว