Bayern Munich แชมป์ที่นอนมาของ “เสือใต้”

Bayern Munich แชมป์ที่นอนมาของ “เสือใต้”

Bayern Munich ทีมดังในศึกฟุตบอลบุนเดสลีก้าของประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นลีกใหญ่ของทวีปยุโรปที่สามารถกลับมาทำการแข่งขันในฤดูกาลนี้ต่อได้ก่อนลีกใหญ่ลีกอื่นๆ เนื่องด้วยการรับมือจากโรคโควิด 19 ที่ยอดเยี่ยมของพวกเขา ทำให้กิจกรรมต่างๆ ภายในประเทศสามารถกลับมาทำได้ต่อก่อนประเทศอื่นๆ ซึ่งในศึกบุนเดสลีก้าเยอรมันสามารถกลับมาแข่งขันกันได้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ซึ่งสถานการณ์ในตอนนั้นบาเยิร์น มิวนิค ที่สามารถคว้าแชมป์ลีกมาได้ 7 สมัยติดต่อกัน ซึ่งตอนนั้นพวกเขาเป็นจ่าฝูงของลีก โดยมีคะแนนนำโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ คู่ปรับในการลุ้นแชมป์ในช่วงหลังมานี้อยู่ 4 คะแนน ซึ่งถือว่าเป็นความห่างที่ยังมีโอกาสไล่ทันได้ เพราะตอนนั้นฤดูกาลของศึกบุนเดสลีก้านั้นยังเหลืออยู่ถึง 9 นัดเลยทีเดียว ซึ่งถือว่ายังเป็นจำนวนนัดที่ไล่ทันได้

และที่สำคัญยังมีแมตช์ที่ต้องพบกันระหว่างบาเยิร์น มิวนิค กับโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์อีกด้วย ซึ่งทีม “เสือเหืลอง” จะได้เป็นเจ้าบ้านด้วย ซึ่งหากว่าพวกเขาสามารถเก็บชัยชนะในนัดที่พบกันได้สำเร็จ สำหรับ โปรแกรมทายผลบอล ที่จะทำให้เหลือคะแนนตามหลังอีกเพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น

แต่ว่านัดที่ทั้ง 2 ทีมพบกัน ก็ปรากฏว่าเป็นทีม “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ที่สามารถบุกไปเอาชนะโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ได้ถึงถิ่นซิกนัล เอดูน่า พาร์ค 1-0 จากลูกยิงอันเหนือชั้นของโจชัว คิมมิช นักเตะสารพัดประโยชน์ของทีมจ่าฝูง ที่ยิงชิปบอลข้ามหัวโรมัน บูร์กี้ นายประตูชาวสวิตเซอร์แลนด์ของทีม “เสือเหลือง” เข้าประตูไป ทำให้บาเยิร์น มิวนิคทำคะแนนนำห่างโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์เป็น 7 คะแนนเรียบร้อยแล้วในเวลานี้ และเหลือการแข่งขันอีกเพียงแค่ 4 นัดเท่านั้น

ซึ่งทำกับว่าทีมแชมป์เก่า 7 สมัยต้องการเก็บชัยชนะอีกเพียงแค่ 2 นัดเท่านั้นพวกเขาก็จะกลายเป็นแชมป์บุนเดสลีก้าสมัยที่ 8 ติดต่อกันทันที ซึ่งมีโอกาสสูงมากในเวลานี้ เพราะฟอร์มการเล่นของพวกเขานั้นถือว่ากำลังร้อนแรงสุดๆ ในทวีปยุโรปเลยก็ว่าได้ ซึ่งก็มีผู้เกี่ยวข้องในวงการฟุตบอลหลายคนได้ออกมาให้ความเห็นว่าบาเยิร์น มิวนิคมีโอกาสลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลนี้ด้วยซ้ำ หากว่าพวกเขายังสามารถรักษาฟอร์มการเล่นอันสุดโหดแบบนี้ต่อไปได้อยู่

bayern munich
bayern munich

แต่ก็ถือว่ายังไม่มีความแน่นอนนัก เพราะด้วยการที่ศึกบุนเดสลีก้านั้นกลับมาเตะก่อนใครเพื่อน ซึ่งก็จะทำให้ฤดูกาลแข่งขันของลีกเยอรมันนั้นจบก่อนลีกอื่นๆ และกว่าที่ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกจะกลับมาเตะกันอีกครั้งก็คือในเดือนสิงหาคมเป็นอย่างเร็วที่สุด ซึ่งเท่ากับว่าพวกเขาจะต้องพักไปอีกเป็นเดือนเลยทีเดียว กว่าที่ศึกฟุตบอลสโมสรยุโรปจะกลับมาเตะกันในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าช่วงเวลาที่พวกเขาจบฤดูกาลไปแล้วนั้นจะยังรักษาฟอร์มการเล่นแบบตอนนี้ไว้ได้อยู่หรือไม่ และอาจจะมีนักเตะตัวหลักบาดเจ็บเพิ่มก็เป็นได้

ที่สำคัญก็คือการพักนานเกินไปนั้นทำให้ทีมบาเยิร์น มิวนิคจะขาดความต่อเนื่องไปด้วย ซึ่งด้านนี้อาจจะเป็นมุมที่ดีกว่าสำหรับทีมอื่นๆ ที่จะจบฤดูกาลในช่วงไล่เลี่ยกันในช่วงปลายเดือนกรกฏาคม หรือว่าต้นเดือนสิงหาคม เพราะจะทำให้มีความต่อเนื่องที่จะมาแข่งขันในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือว่าศึกยูโรป้า ลีกต่อได้ทันที

การเริ่มปี 2020 อย่างยอดเยี่ยมของ Bayern Munich

บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงหลังจากที่ได้ฮันส์ ดีเตอร์ ฟลิกค์ กุนซือคนใหม่เข้ามาคุมทีมนั้น ผลงานของทีมในปีนี้นั้นถือว่าสุดยอดมากๆ เมื่อพวกเขาหลุดเสมอในปี 2020 นี้ไปเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น คือการเสมอกับไลป์ซิกไป 0-0 เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่นอกนั้นพวกเขาสามารถเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด ทำให้จากที่ก่อนออกสตาร์ตในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลที่พวกเขาอยู่อันดับที่ 4 ของตารางในตอนแรกนั้น กลายเป็นว่าพวกเขาเก็บ 3 คะแนนได้อย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นจ่าฝูงในปัจจุบัน และกำลังจะเป็นแชมป์ บุนเดสลีก้า ในเวลานี้แล้ว

นอกจากนั้นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทีม “เสือใต้” ก็กำลังจะเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในฤดูกาลนี้แล้ว เมื่อนัดแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้ายพวกเขาสามารถบุกไปเอาชนะเชลซีได้ถึงถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ 3-0 ทำให้ก้าวขาข้างหนึ่งเข้ารอบไปเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่กลับมาเตะกันต่อในนัดที่ 2 เท่านั้น

วิธีการเล่นของบาเยิร์น มิวนิคในยุคของกุนซือวัย 55 ปีรายนี้นั้นมีความดุดันขึ้นกว่าในยุคที่มีนิโก้ โควัช กุนซือชาวโครเอเชียคุมทีมเป็นอย่างมาก โดยพวกเขากลายเป็นทีมที่มีเกมรุกที่ดุดันมาก และไล่ถล่มประตูคู่แข่งเป็นว่าเล่น และยิงประตูได้ถึง 4-5 ประตูหลายนัดมากในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งพวกเขากลายเป็นทีมที่บีบไล่บอลเร็วตั้งแต่หน้าประตูคู่แข่ง ทำให้พวกเขาแย่งบอลกลับมาครองได้เร็วมาก และแนวรุกของทีมในฤดูกาลนี้ก็ดุดันมากๆ ไม่ว่าจะเป็นโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ที่นำเป็นดาวซัลโวของบุนเดสลีก้าในฤดูกาลนี้ และรวมถึงโธมัส มุลเลอร์ ตัวรุกที่กลับมาคืนฟอร์มอีกครั้ง และเป็นนักเตะที่แอสซิสต์มากที่สุดของลีกยุโรปในเวลานี้ด้วย