Chelsea กับการปรับทัพครั้งใหญ่

Chelsea กับการปรับทัพครั้งใหญ่

ทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” Chelsea ทีมชั้นนำของศึกพรีเมียร์ลีกมีปัญหาเป็นอย่างมากเมื่อช่วงปิดฤดูกาลที่แล้ว เมื่อพวกเขาถูกสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือว่าทางยูฟ่าสั่งแบนห้ามลงทะเบียนนักเตะใหม่เป็นเวลา 1 ปี หรือที่เข้าใจกันสำหรับคนทั่วไปก็คือเชลซีห้ามซื้อนักเตะใหม่มาเสริมทัพเป็นเวลา 2 ตลาดซื้อขายนักเตะนั่นเอง คือตลาดหน้าร้อนก่อนเปิดฤดูกาล กับตลาดหน้าหนาวในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมานั่นเอง

 ซึ่งด้วยการที่ทีมเสริมทัพไม่ได้ครั้งนั้นทำให้เชลซีได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะว่าตัวกุนซือที่พาทีมคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วอย่างเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนก็ชิ่งหนีไปคุมทีมยูเวนตุสในกัลโช่ เซเรีย อาแทน ซึ่งทำให้เชลซีต้องหาผู้จัดการทีมคนใหม่มาคุมทีม ซึ่งการที่พวกเขาซื้อนักเตะใหม่ไม่ได้ก็ทำให้ไม่มีผู้จัดการทีมชั้นนำคนไหนกล้าที่จะมารับงานคุมทีม ทำให้สุดท้ายพวกเขาต้องไปดึงแฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตกองกลางระดับตำนานของสโมสรเข้ามาคุมทีมแทน

ซึ่งกุนซือรายนี้ก็พึ่งจะมีประสบการณ์ในการคุมทีมแค่เพียงปีเดียวเท่านั้นกับดาร์บี้ เคาน์ตี้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แม้ว่าเขาจะทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในระดับหนึ่งก็ตาม แต่การที่เขาได้มาคุมทีมยักษ์ใหญ่ใน พรีเมียร์ลีก ในปีที่ 2 ของการเป็นผู้จัดการทีมนั้นก็เหมือนจะเป็นงานที่เกินตัวเขาไปเช่นกัน แต่ในเมื่อโอกาสเปิดขนาดนี้แล้ว กุนซือหนุ่มวัย 41 ปีก็คว้าโอกาสทองครั้งนี้ทันทีในการรับงานคุมทีมในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์

ด้วยการที่ไม่สามารถซื้อนักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีมได้ ทำให้แฟรงค์ แลมพาร์ดต้องจัดการดึงตัวนักเตะที่ถูกปล่อยให้กับทีมอื่นยืมตัวไปใช้งานก่อนหน้านี้กลับมาทั้งหมด เพื่อมาคัดกรองอีกครั้งในช่วงพรีซีซั่น ว่าคนไหนจะได้กลับมาเล่นกับทีมในฤดูกาลนี้ และคนไหนจะต้องถูกปล่อยให้ยืมตัวต่อไป ซึ่งพวกเขาตัดสินใจเก็บนักเตะที่มีประโยชน์ต่อทีมไว้

  • แทมมี่ อบราฮัม กองหน้าดาวรุ่งร่างใหญ่ไว้ใช้งานเอง หลังจากที่ปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวมาตลอดหลายฤดูกาลก่อนหน้านี้
  • เมสัน เมานต์ เพลย์เมคเกอร์ดาวรุ่งที่ทำผลงานได้ดีเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
  • ฟิคาโย่ โทโมริ กองหลังดาวุร่งที่ทั้งคู่ถูกดาร์บี้ เคาน์ตี้ของแลมพาร์ดยืมตัวไปใช้งาน ทำให้ฤดูกาลนี้เขาได้โอกาสอยู่กับทีมต่อไป
  • รีซ เจมส์ แบ็คขวาดาวรุ่งอนาคตไกลก็ได้อยู่ทีมชุดใหญ่ในฤดูกาลนี้เช่นกัน

แต่ที่สำคัญคือทีมต้องเสียเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์คนสำคัญออกจากทีมไปให้กับเรอัล มาดริด ตามที่ได้เคยสัญญากับตัวนักเตะเอาไว้ แม้ว่าพวกขาไม่อยากจะเสียตัวรุกคนสำคัญของทีมไปก็ตาม

Chelsea
Chelsea

ผลงานที่ไม่ธรรมดาของ Chelsea ในยุคแลมพาร์ด

ถึงแม้ว่า เชลซี จะไม่สามารถเสริมทัพได้ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล แต่เชลซีในยุคแฟรงค์ แลมพาร์ดก็ถือว่าทำผลงานได้ไม่ขี้เหร่ในฤดูกาลนี้ และจนถึงตอนนี้ก็ยังสามารถรั้งอันดับที่ 4 ของตารางไว้ได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายของทีมในฤดูกาลนี้ ที่ต้องการที่จะได้ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกต่อไปในฤดูกาลหน้า โดยหลังจากผ่านมาแล้ว 29 นัด พวกเขานำหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 5 อยู่ 3 คะแนน ทำให้พวกเขายังครองความได้เปรียบในช่วง 9 นัดสุดท้ายของฤดูกาลนี้

โดยในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาพวกเขามีโอกาสที่จะเสริมทัพในช่วงกลางฤดูกาลด้วย เนื่องจากพวกเขาสามารถอุทธรณ์ลดโทษได้ครึ่งหนึ่ง ทำให้พวกเขาเหลือถูกแบนแค่เพียงตลาดเดียวเท่านั้น แต่สุดท้ายทีมก็ตัดสินใจที่จะไม่เสริมทัพระหว่างฤดูกาล และเก็บงบประมาณไว้ทุ่มเงินซื้อทีเดียวหลังจบฤดูกาลนี้ โดยจนถึงตอนนี้พวกเขาสามารถตกลงกับ ฮาคิม ซิเย็ค ปีกทีมชาติโมร็อคโคของอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัมมาร่วมทีมได้เพียงรายเดียวเท่านั้น

จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้ว่าพวกเขามีเป้าหมายว่าจะซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทัพกี่คน เพราะตอนนี้เชลซีมีข่าวกับหลายนักเตะมาก โดยเฉพาะในแนวรุก ไม่ว่าจะเป็น เจดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่งของโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ และฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติบราซิลของบาร์เซโลน่า และยังมีนักเตะในตำแหน่งอื่นๆ อีกมากมาย

โดยเฉพาะในแนวรับที่พวกเขาต้องเสริมความแข็งแกร่งอย่างแน่นอน แต่ในขณะเดียวกันในส่วนของนักเตะขาออกของพวกเขานั้นค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าจะต้องเสีย วิลเลี่ยน ปีกทีมชาติบราซิลออกจากทีมไป เนื่องจากสโมสรตัดสินใจไม่ต่อสัญญา เช่นเดียวกับ เปโดร โรดริเกซ ปีกชาวสเปนวัย 32 ปีที่ก็จะหมดสัญญาหลังจบฤดูกาลนี้เช่นกัน ทำให้เชลซีจะต้องเสริมตัวรุกเข้ามา แม้ว่าตอนนี้จะมี ฮาคิม ซิเย็ค คริสเตียน พูลิซิช และคัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย และ เมสัน เมานต์ อยู่ในทีมแล้วก็ตาม

และอาจจะรวมไปถึงกองหน้าด้วยที่อาจจะต้องมีตัวช่วยแทมมี่ อบราฮัม แม้ว่าโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์จะถือว่าทำผลงานได้ไม่เลว และพวกเขาก็ตัดสินใจที่จะเก็บดาวเตะรายนี้ไว้กับทีมต่อไปก็ตาม ซึ่งพวกเขากำลังพยายามล่าตัวตัวรุกที่ทำผลงานได้โดดเด่นกับทีมอื่นในฤดูกาลนี้อยู่หลายราย