ไฮไลท์ฟุตบอลเมือคืน ในศึกพรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ ที่ 22

ไฮไลท์ฟุตบอลเมือคืน ในศึกพรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ ที่ 22

รวม ไฮไลท์ฟุตบอลเมือคืน ในศึกพรีเมียร์ลีก สัปดาห์ ที่ 22 อาร์เซน่อล เสมอไป1-1 , เชลซี เชือด เบิร์นลี่ไป 3-0, เลสเตอร์ เปิดบ้านพ่าย เซาแธมป์ตัน ไป1-2 , แมนฯยู ฟอร์มเทพ เปิดบ้านถล่ม นอริชไป 4-0 , ลิเวอร์พูล เอาชนะ สเปอร์ ไป 1-0 , แมนฯซิตี้ จัดหนักถล่ม วิลล่าไป 6-1



ไฮไลท์ระหว่างคู่ คริสตัล พาเลซ vs อาร์เซน่อล

“ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ฟอร์มกร่อย หลังบุกไปเสมอ คริสตัล พาเลช 1-1 แถมยังโดนใบแดงไล่ออกจากสนามอีก เก็บได้เพียงแต้มเดียว ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 22

  • นาที 12″ กลายเป็น “ปืนใหญ่”อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายออกนำไปก่อน จากจังหวะเล่นเร็ว ลากาแซตต์ หาช่องแทงทะลุให้ ปิแอร์ เอเมอริก-โอบาเมย็อง วิ่งตัดเข้าในหนีกองหลังเข้าไปยิงประตู อย่างง่ายดาย

จบครึ่งแรก, คริสตัลพาเลซ 0, อาร์เซนอล 1

หมดครึ่งเวลาแรก อาร์เซน่อล ออกไปก่อน 1-0  ยิงทั้งหมด 3 ครั้ง , 1 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 1 ครั้ง , อาร์เซน่อล ครองบอลได้มากกว่าถึง 67 %

  • นาที 53″ เจ้าบ้าน คริสตัล พาเลช ตามตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะ กูยาเต้ เปิดจากขวามาเข้าทาง จอร์แดน อายิว ยิงแฉลบ ดาวิด ลุยซ์ เด้งลงพื้นลอยข้ามเส้นประตูเข้าไป เสมอ 1-1
  • นาที 67″ โอบาเมย็อง พุ่งเสียบเปิดปุ่มใส่ข้อเท้าของ มักซ์ ไมเยอร์ ผู้ตัดสิน พอล เทียร์นี่ย์ แจกใบเหลืองก่อนเช็กวีเออาร์แล้วเปลี่ยนเป็นใบแดง ไล่ออกจากสนามทันที

จบการแข่งขัน คริสตัลพาเลซ 1, อาร์เซนอล 1

จบเวลาการแข่งขัน อาร์เซน่อล ทำได้เพียงเสมอ พาเลช ไป 1-1 ยิงทั้งหมด 10 ครั้ง , 4 ใบเหลือง ,1ใบแดง, เตะมุมรวม 4 ครั้ง , คริสตัล พาเลซ ครองบอลได้มากกว่าถึง 54 %

Man of the macth : Jordan Ayew



ไฮไลท์ระหว่างคู่ เชลซี vs เบิร์นลี่ย์

“สิงโตน้ำเงินคราม”เชลซี เปิดบ้านเชือด เบิร์นลี่ ไป 3-0 เก็บสามแต้มได้สำเร็จ รั้งที่ 4 ของตาราง ส่วน เบิร์นลีย์ แพ้เป็นเกมที่ 4 ติดต่อกันในลีกมีแต้มห่างโซนตกชั้นเพียง 4 คะแนนเท่านั้น ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 22

  • นาที 27 ” เชลซี ขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะที่ วิลเลียน ถูก แม็ทธิส ลอว์ตัน เสียบล้มในเขตโทษผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที  จอร์จินโญ่ รับหน้าที่สังหารเข้าไปให้ เชลซี ขึ้นนำ 1-0
  • นาที 38 ” เชลซีหนีห่างไป 2-0 เมื่อ รีช เจมส์ เปิดบอลจากริมเส้นด้านหลัง เข้ามาในกรอบเขตโทษ แทมมี่ อับราฮัม ขึ้นโขกลงพื้นบอลกระเด้ง เข้าประตูไป

จบครึ่งแรก, เชลซี 2, เบิร์นลี่ย์ 0

หมดครึ่งเวลาแรก เชลซี นำห่างไปก่อน 2-0  ยิงทั้งหมด 12 ครั้ง , 1 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 9 ครั้ง , เชลซี ครองบอลได้มากกว่าถึง 64 %

  • นาที 49″ เริ่มครึ่งหลังได้ไม่เท่าไหร่ เชลซีมาได้ประตูเพิ่มอีกเม็ด จากจังหวะที่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ปั่นเข้ามาหน้าประตู แทมมี่ อับราฮัม ขึ้นโหม่งไม่ถึงบอลเลยมาถึง คัลลัม ฮัดสัน โอดอย ที่วิ่งสอดขึ้นมาสไลด์เข้าประตูไป เชลซีนำ 3-0

จบการแข่งขัน  เชลซี 3, เบิร์นลี่ย์ 0 เชลซีรั้งที่ 4 มี 39 แต้ม ส่วน เบิร์นลี่ย์ หล่นไปรั้งที่ 15 มีแต้มนำโซนตกชั้นเพียง 4 แต้มเท่านั้น 

จบเวลาการแข่งขัน เชลซี ถล่มเบิร์นลี่ไป 3-0 ยิงทั้งหมด 13 ครั้ง , 2 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 4 ครั้ง , เชลซี ครองบอลได้มากกว่าถึง 65 %

Man of the macth : César Azpilicueta



ไฮไลท์ระหว่างคู่ เลสเตอร์ ซิตี้ vs เซาแธมป์ตัน

“จิ้งจอกสีน้ำเงิน”เลสเตอร์ ซิตี้ ออกอาการเซ็งหลังโดน VAR ริบประตูไปสองลูก ก่อนที่จะโดน เซาแธมป์ตัน พลิกกลับมาชนะไป 1-2 ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 22

  • นาที 14 ” กองเชียร์ เลสเตอร์ได้เฮไปก่อน จากจังหวะฟาล์ว เปเรส ฉวยจังหวะเล่นเร็วเปิดบอลมาให้ เจมี่ วาดี้ ริมเส้น ก่อนที่เปิดมาหน้าประตูให้ เดนนิส ปราเอ้ต์ เข้าฮอสวิ่งมาชาร์ตเข้าประตูได้สำเร็จ เลสเตอร์ นำ1-0
  • นาที 19 ” เซาแธมป์ตันตามตีเสมอได้อย่างทันรควัน เมื่อ สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง ลองยิงปั่นบอลไปแฉลบ เจมส์ แมดดิสัน บอลเปลี่ยนทางเข้าไปประตูไป เสมอกันอยู่1-1

จบครึ่งแรก, เลสเตอร์ซิตี้ 1, เซาแธมป์ตัน 1

หมดครึ่งเวลาแรก เลสเตอร์ ซิตี้ เสมอกับ เซาแธมป์ตัน 1-1   ยิงทั้งหมด 13 ครั้ง , 1 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 2 ครั้ง , เลสเตอร์ ซิตี้ ครองบอลได้มากกว่าถึง 53 %

  • นาที 68″ กลายเป็นเลสเตอร์ เสียประโยชน์จากวีเออาร์แทน เมื่อ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ หลุดไปซัดบอลตุงตาข่าย แต่หลังจากเช็กVARแล้ว ผู้ตัดสินลี เมสัน มองว่าเป็นลูกล้ำหน้าไปเสียก่อน จึงริบประตูคืน ทำให้สกอร์ยังคงอยู่ที่ 1-1 ตามเดิม
  • นาที 81 ” กลายเป็นทีมเยือน ออกนำไปก่อน เมื่อ เช อดัมส์ จิ้มบอลทะลุช่องให้ แดนนี่ อิงก์ส หลุด เดี่ยวเข้าไปยิงบอลตุงตาข่าย เซาแธมป์ตัน นำ2-1
  • นาที 90 ” เลสเตอร์ได้เฮอีกครั้ง เมื่อได้ฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษ เจมส์ แมดดิสัน เปิดโค้งไปที่หน้าประตูให้ จอนนี่ อีแวนส์ ขึ้นมาโขกส่งบอลตุงตาข่าย หลังจากผู้ตัดสิน ลี เมสัน เช็กVAr อีกครั้ง ก็ตัดสินว่า จอนนี่ อีแวนส์ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ทำให้กองเชียร์เฮเก้ออีกครั้ง

จบการแข่งขัน เลสเตอร์ซิตี้ 1 เซาแธมป์ตัน 2 เซาธ์แฮมป์ตัน บุกมาเอาชนะ เลสเตอร์ 2-1 ทีมจิ้งจอก แม้จะอยู่รองจ่าฝูงด้วยการลงเตะ 22นัด มี 45 คะแนนตามเดิม แต่สถานการณ์เสี่ยงหล่นไปอยู่ที่3 เนื่องจากนำหน้า แมนฯซิตี้ ที่ลงสนามวันอาทิตย์แค่1แต้มเท่านั้น

จบเวลาการแข่งขัน เลสเตอร์ ซิตี้ พ่ายให้กับ เซาแธมป์ตัน ไป 1-2 ยิงทั้งหมด 8 ครั้ง , 2 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 4 ครั้ง , เลสเตอร์ ครองบอลได้มากกว่าถึง 62 %

Man of the macth : Danny Ings



ไฮไลท์ระหว่างคู่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs นอริช ซิตี้

ไฮไลท์ฟุตบอลเมือคืน “ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คืนฟอร์มเทพ หลังเปิดบ้านถล่ม นอริช ซิตี้ ไป 4-0 เก็บสามแต้ม แซง เชฟฯ ยูไนเต็ด กลับไปรั้งอันดับห้าของตารางพรีเมียร์ลีก ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 22

  • นาที 27 ” แฟนผีแดงได้เฮก่อน เมื่อ ลินเดอเลิฟ ลากบอลมาถึงกลางสนาม ก่อนที่จะจ่ายให้ ฆวน มาต้า วิ่งตัดเข้าในเปิดบอลให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด จิ้มบอลเข้าไป แมนฯยู นำ1-0

จบครึ่งแรกแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 1, นอริชซิตี้ 0

หมดครึ่งเวลาแรก แมนฯยูไนเต็ด นำไปก่อน 1-0 ยิงทั้งหมด 7 ครั้ง , 0 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 2 ครั้ง , แมนฯยูไนเต็ด ครองบอลได้มากกว่าถึง 66 %

  • นาที 52 ” กลายเป็น ผีแดง หนีห่างไป 2-0 เมื่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด จ่ายบอลให้ วิลเลี่ยมส์ วิ่งสปีดเข้าไปถึงบอลในกรอบเขตโทษก่อนถูก ทิม ครูล ปัดขาล้ม ผู้ตัดสิน เทย์เลอร์ ชี้เป็นจุดโทษทันที มาร์คัส แรชฟอร์ด รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าไป
  • นาที 54 ” ยิ่งเล่นยิ่งได้ใจ ทำให้แมนฯยู มาได้อีก1ประตู จากจังหวะที่ฉวยโอกาสเล่น เตะมุมเร็ว ฆวน มาต้า รับบอลแล้วจ่ายให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เทกตัวขึ้นโหม่งเข้าประตูไป แมนฯยู นำ3-0
  • นาที 76 ” แมนฯยู มาได้ประตูปิดกล่อง เมื่อ กรีนวู้ด ได้บอลก่อนที่จะหาจังหวะยิง บอลเสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงาม แมนฯยู นำ4-0

จบการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 4, นอริชซิตี้ 0 แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะไปอย่างสวยงาม 4-0 พร้อมแซง เชฟฯ ยูไนเต็ด ขึ้นไปรั้งอันดับ 5 ของตาราง ก่อนมีคิวดวล วูล์ฟส์ ใน เอฟเอ คัพ และต่อด้วยศึกแดงเดือดกับ ลิเวอร์พูล ช่วงสุดสัปดาห์

จบเวลาการแข่งขัน แมนฯ ยูไนเต็ด ถล่ม นอริชไป 4-0 ยิงทั้งหมด 14 ครั้ง , 0 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 4 ครั้ง , แมนฯ ยูไนเต็ด ครองบอลได้มากกว่าถึง 53 %

Man of the macth : Marcus Rashford



ไฮไลท์ฟุตบอลเมือคืน คู่ระหว่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ vs ลิเวอร์พูล

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ใน ไฮไลท์ฟุตบอลเมือคืน ยังคงฮ็อต อย่างต่อเนื่อง หลังบุกไปเอาชนะ สเปอร์ 1-0 เก็บสามแต้มนำโด่งเป็นจ่าฝูง แถมทำสถิติใหม่ของพรีเามียร์ลีกด้วยการเก็บแต้มจาก 21 นัดถึง 61 คะแนน โดยทิ้งอันดับ 2 เลสเตอร์ ถึง 16 คะแนน แถมแข่งน้อยกว่าหนึ่งนัด ขณะที่ สเปอร์ส สะดุดอีกไร้ชนะ 4 เกมติดทุกรายการ ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 22

  • นาที 37 ” แฟนบอล”หงส์แดง” ได้เฮก่อนจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน โขกบอลยัดให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก่อนที่จะพลิกบอลส่งให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ดึงจังหวะหลอก ก่อนซัดด้วยซ้ายเต็มข้อส่งบอลตุงตาข่าย ลิเวอร์พูล นำ 1-0

จบครึ่งแรก, ท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ 0, ลิเวอร์พูล 1

หมดครึ่งเวลาแรก หงส์แดง นำไปก่อน 1-0 ยิงทั้งหมด 14 ครั้ง , 2 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 5 ครั้ง , ลิเวอร์พูล ครองบอลได้มากกว่าถึง 74 %

  • นาที 46 “ไก่เดือยทอง” หวิดได้ลูกตีเสมอหลัง แซร์จ โอริเย่ร์ จ่ายให้ ลูคัส มุร่า พาบอลเข้าไปยิงด้วยขวาในกรอบแต่บอลก็หลุดกรอบออกไปแบบได้เสียว
  • นาที 82 ” สเปอร์ พลาดโอกาสทวงประตูคืนอย่างน่าเสียดายหลัง แซร์จ โอริเย่ร์ ครอสบอลไปในกรอบ 6 หลา โจวานนี่ โล เซลโซ่ พุ่งมาเข้าชาร์จแต่บอลผ่านหน้าปากประตูออกไป

จบการแข่งขัน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0, ลิเวอร์พูล 1

จบเวลาการแข่งขัน สเปอร์ เปิดรังแพ้ให้ ลิเวอร์พูลไป 1-0 ยิงทั้งหมด 13 ครั้ง , 0 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 2 ครั้ง , ลิเวอร์พูล ครองบอลได้มากกว่าถึง 62 %

Man of the macth : Roberto Firmino



ไฮไลท์ระหว่างคู่ แอสตัน วิลล่า vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้

“เรือใบสีฟ้า”แมนฯซิตี้ ระเบิดฟอร์มเทพถล่ม แอสตัน วิลล่า ไป 6-1 คว้าสามแต้มตามคาดพร้อมขยับขึ้นรั้งรองจ่าฝูงทันที ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 22

  • นาที 18 ” ทีมเยือนได้เฮก่อน จากจังหวะ เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” ตวัดบอลออกริมเส้นให้ ริยาด มาห์เรซ โชว์เหนือชั้นลากบอลเข้าเขตโทษก่อนแต่งบอลเข้าเท้าขวาแล้วยิงเรียดเสียบ บอลพุ่งเสียบโคนเสาแรกแรกไม่เหลือ เรือใบสีฟ้า บุกนำ 1-0
  • นาที 24 ” แมนฯ ซิตี้ มาได้เพิ่มอีก1ลูกติดๆ จากจังหวะ กาเบรียล เชซุส แย่งบอลมาจากลูกคลุกคลิกหน้าประตูก่อนที่จะส่งบอลให้ ริยาด มาห์เรซ หวดเต็มข้อ ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายอย่างงดงาม
  • นาที 28 ” เหมือน แมนฯ ซิตี้จะยังฮ็อตไม่เลิก มากดเพิ่มได้อีกประตู จากที่ เควิน เดอ บรอยน์ ลากบอลมาจากกลางสนามก่อนที่จะส่งให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” จะกดยิงเต็มข้อเข้าไป
  • นาที 45+1 ” ทดเวลาบาดเจ็บมาได้นาทีเดียว แมนฯ ซิตี้ มาได้ประตูหนีห่างไปอีกลูก จากความสุดยอดของ เควิน เดอ บรอยน์ ผ่านบอลจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าเขตโทษถึง กาเบรียล เชซุส ตวัดยิงเข้าประตูไป

จบครึ่งแรก แอสตันวิลล่า 0, แมนเชสเตอร์ซิตี้ 4

หมดครึ่งเวลาแรก แมนฯ ซิตี้ นำไปก่อน 4-0 ยิงทั้งหมด 13 ครั้ง , 0 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 1 ครั้ง , แมนฯ ซิตี้ ครองบอลได้มากกว่าถึง 65 %

  • นาที 57 ” แมนฯ ซิตี้ ยังไม่พอยิงเพิ่มอีกเม็ดจากการจ่ายบอลเหนือชั้นของ ดาบิด ซิลบา ส่งให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ เลี้ยงบอลหาจังหวะยิงเข้าไป
  • นาที 81 ” “เรือใบสีฟ้า” มาได้ประตูปิดกล่อง จากจังหวะการจ่ายบอลพลาดของกองหลังที่จ่ายบอลไปติด ริยาด มาห์เรซ แล้วจ่ายบอลให้ อเกวโร่ หลุดเข้าไปยิงอย่างสวยงาม
  • นาที 90+1 ” เจ้าบ้านมาได้ประตูปลอบใจ จากจังหวะทำฟาวน์ของ อิลคาย กุนโดกัน ที่ไปผลัก มาห์มูด “เทรเซเกต์” ฮัสซัน ในเขตโทษผู้ตัดสินชี้ให้เป็นจุดโทษทันที อันวาร์ เอล กาซี่ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด

ไฮไลท์ฟุตบอลเมือคืน จบการแข่งขัน แอสตันวิลล่า 1 แมนเชสเตอร์ซิตี้ 6 สามแต้มเไปตามคาดรวมมี 47 แต้ม ทำให้อันดับขยับแซง “จิ้งจองสีน้ำเงิน” เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มา 45 แต้มขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูงทันที โดยมีแต้มตาม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่ยังไร้พ่ายที่มี 61 แต้มอยู่ถึง 14 แต้มด้วยกัน ขณะที่ แอสตัน วิลล่า อยู่ที่ 18 ต้องลุ้นหนีตกชั้นต่อไป

จบเวลาการแข่งขัน แมนฯ ซิตี้ โหดถล่มแอสตัน วิลล่าไป 6-1 ยิงทั้งหมด 16 ครั้ง , 3 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 5 ครั้ง , แมนฯ ซิตี้ ครองบอลได้มากกว่าถึง 77 %

Man of the macth : Kevin De Bruyne