ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ ที่ 25

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ ที่ 25

รวม ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ในศึกพรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ ที่ 25 เชลซี ทำได้เพียงเสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-2 , ลิเวอร์พูล เปิดบ้านถล่ม เซาแธมป์ตันไป 4-0 , แมนยูฝืดทำได้เพียงเจ๊า วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-0 , อาร์เซน่อล ยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นหลังเสมอ เบิร์นลี่ 0-0 , สเปอร์ฟอร์มเจ๋ง ไล่ทุบ แมน ฯซิตี้ไป 2-0  



ไฮไลท์ระหว่างคู่ เลสเตอร์ ซิตี้ vs เชลซี

เชลซี ไล่เจ๊า เลสเตอร์สุดมันส์ 2-2 แบ่งกันไปทีมละแต้ม ส่งผลให้ทัพ “สิงห์บลูส์” ไม่ชนะใคร 3 เกมรวดในลีกยังรั้งที่4 ส่วนทัพ “จิ้งจอก” ยึดที่ 3 ชวดทำแต้มขึ้นไปทาบ แมนฯ ซิตี้ รองจ่าฝูง ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 25

  • นาที 25 ” เลสเตอร์เจ้าบ้านเกือบทำประตูขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะที่ อโยเซ่ เปเรซ พักอกให้ เจมี่ วาร์ดี้ หลุดเดี่ยวมาซัดจ่อๆด้วยซ้าย แต่ วิลลี่ กาบายาโร่ ใช้เท้าเซฟไว้ได้หวุดหวิด

จบครึ่งแรก, เลสเตอร์ซิตี้ 0, เชลซี 0

หมดครึ่งเวลาแรก เชลซี ยังไม่สามรถทำประตูได้เสมออยู่ 0-0  ยิงทั้งหมด 12 ครั้ง , 0 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 6 ครั้ง , เชลซี ครองบอลได้มากกว่าถึง 52 %

  • นาที 46 ” เปิดฉากครึ่งหลังมาได้เพียง1นาที เชลซีได้เฮก่อน จากจังหวะ เมสัน เมาท์ เปิดลูกเตะมุม มาให้ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ขึ้นโขกเหน่งๆเข้าประตูไป เชลซีนำ 1-0
  • นาที 54 ” เลสเตอร์ ซิตี้ ตามตีเสมอได้อย่างทันควัน เมื่อ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ เลี้ยงบอลจากริมเส้นตัดเข้ามาในกรอบเขตโทษก่อนที่ยิงบอลไปแฉลบแนวรับเชลซี เข้าประตูไป
  • นาที 64 ” เลสเตอร์มาชิงขึ้นนำ 2-1 จาก ยูริ ตีเลอมันส์ เปิดบอลจากด้านข้างบอลไหลผ่านหน้าประตูไปถึง เบน ชิลเวลล์ ที่ยืนรอโล่งๆอยู่เสาไกล ยิงเข้าประตูไป
  • นาที 71 ” เชลซีไม่ละความพยามตามตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะ เมสัน เมาท์ เปิดฟรีคิกให้ รือดิเกอร์ ขึ้นโขกเต็มๆบอ ลย้อยเข้าประตูไป

จบ ไฮไลท์พรีเมียร์ เลสเตอร์ซิตี้ เสมอ เชลซี 2 – 2

จบเวลาการแข่งขัน เลสเตอร์ซิตี้ เสมอกับ เชลซี ไป 2-2 , ยิงทั้งหมด 9 ครั้ง , 4 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 4 ครั้ง , เลสเตอร์ซิตี้ ครองบอลได้มากกว่าถึง 51 %

Man of the macth : Antonio Rudiger



ไฮไลท์ระหว่างคู่ ลิเวอร์พูล vs เซาแธมป์ตัน

ลิเวอร์พูล ยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายในเกมลีกต่อไป หลังเปิดบ้านถล่ม เซาธ์แฮมป์ตัน 4-0 ให้ “หงส์แดง” ทำแต้มทิ้งห่าง แมนฯ ซิตี้ รองจ่าฝูงถึง 22 แต้มแต่แข่งมากกว่า 1 นัด ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 25

  • นาที 31″ “หงส์แดง” เกือบได้เฮก่อน เมื่อ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ หลุดเข้าไปยิงจ่อๆ แต่ อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ นายด่าน เซาธ์แฮมป์ตัน ยังออกมาบังทางไว้ทัน

จบครึ่งแรกลิเวอร์พูล 0, เซาแธมป์ตัน 0

หมดครึ่งเวลาแรก ทั้งสองทีมยังทำไรกันไม่ได้เสมออยู่ 0-0  ยิงทั้งหมด 18 ครั้ง , 0 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 12 ครั้ง , ลิเวอร์พูล ครองบอลได้มากกว่าถึง 68 %

  • นาที 47 ” ลิเวอร์พูลออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไขว้บอลกลับหลังมาให้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน  ตัดเข้าในก่อนที่กดเท้ายิงบอลเลียดเข้าประตูไป
  • นาที 60 ” พลพรรคหงส์แดง ได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จ่ายบอลย้อนกลับมา จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จับแล้วยิงเข้าไปสุดสวย
  • นาที 72 ” สกอร์ไหลเป็นน้ำ เมื่อลิเวอร์พูล มาได้อีก1 ลูก เมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จ่ายบอลให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเดี่ยวไปชิพข้ามตัวผู้รักษาประตู เข้าไปอย่างเหนือชั้น
  • นาที 90+1 ” ลิเวอร์พูลมาได้ประตูปิดกล่องจาก โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จ่ายให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยกบอลข้ามมือประตูเข้าไป

จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดบ้านถล่ม เซาแธมป์ตัน 4-0 ยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายในเกมลีกต่อไป พร้อมทำแต้มทิ้งห่าง แมนฯ ซิตี้ รองจ่าฝูงถึง 22 แต้มแต่แข่งมากกว่า 1 นัด 

จบเวลาการแข่งขัน ลิเวอร์พูล เอาชนะไป 4-0 , ยิงทั้งหมด 15 ครั้ง , 2 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 5 ครั้ง , ลิเวอร์พูล ครองบอลได้มากกว่าถึง 54 %

Man of the macth : Mohamed Salah



ไฮไลท์ระหว่างคู่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs วูล์ฟแฮมป์ตัน

บรูโน่ แฟร์นันด์ส ประเดิมสนามให้ “ปีศาจแดง” แต่ไม่สามารถช่วยให้ทีมคว้าชัยเหนือ วูล์ฟแฮมป์ตัน เสมอแบบไร้สกอร์ 0-0 ทำให้รั้งอันดับ 6 มี 35 คะแนนเท่ากับ วูล์ฟ ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 25

  • นาที 18 ” แมนฯยูเกือบได้ขึ้นนำก่อน จากจังหวะที่ มาต้า เล่นชิ่งกับ แดเนี่ยล เจมส์ ก่อนที่ มาต้า จะหลุดถึงเส้นหลังปาดเข้ามาโดน วิลลี่ โบลี่ เคลียร์บอลไม่ดีมาเข้าทาง อันเดรียส เปเรยร่า สวนด้วยขวานอกกรอบแบบไม่จับบอลหลุดกรอบออกไป

จบครึ่งแรก, แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 0, วูล์ฟแฮมป์ตัน 0

หมดครึ่งเวลาแรก ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 0-0  ยิงทั้งหมด 12 ครั้ง , 0 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 4 ครั้ง , แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ครองบอลได้มากกว่าถึง 63 %

  • นาที 69 ” วูล์ฟแฮมป์ตัน พลาดได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะ สวนกลับเร็ว อดาม่า ตราโอเร่ ส่งบอลให้ ราอูล ฮิเมเนซ หลุดเข้าไปซัดมุมแคบแต่บอลยังไปตรงตัว ดาบิด เด เคอา ปัดข้ามคานหวุดหวิด

จบ ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เกมทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 ทำให้ แมนฯยูไนเต็ด รั้งอันดับ 6 มี 35 คะแนนเท่ากับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ทว่า “หมาป่า” ลูกได้เสียเป็นรองเลยรั้งอันดับ 7

จบเวลาการแข่งขัน แมนฯยูไนเต็ด เสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ไป 0-0 , ยิงทั้งหมด 19 ครั้ง , 5 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 6 ครั้ง , แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ครองบอลได้มากกว่าถึง 64 %

Man of the macth : Aaron Wan-Bissaka



ไฮไลท์ระหว่างคู่ เบิร์นลี่ย์ vs อาร์เซน่อล

อาร์เซน่อล ยังหาชัยนะไม่เจอเป็นเกมที่ 4 หลังทำได้เพียงเสมอ เบิร์นลีย์ 0-0 ทำให้ “ปืนใหญ่” รั้งอันดับ 10 มีแต้มตามพื้นที่ไปลุย ยูโรปา ลีก อยู่ 5 คะแนน ส่วน เบิร์นลีย์ รั้งที่ 11 ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 25

  • นาที 13 ” อาร์เซน่อล หวิดได้ประตูขึ้นนำก่อน ดาวิด ลุยซ์ เปิดบอลยาวจากแดนหลังให้ โอบาเมย็อง ดึงบอลลงก่อนที่จะยิงประตูแบบไม่ได้ลุ้นบอลออกหลังไป

จบครึ่งแรก, เบิร์นลี่ย์ 0, อาร์เซน่อล 0

หมดครึ่งเวลาแรก อาร์เซน่อล ยังทำอะไร เบิร์นลี่ไม่ได้เสมออยู่ 0-0  ยิงทั้งหมด 14 ครั้ง , 1 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 7 ครั้ง , อาร์เซน่อล ครองบอลได้มากกว่าถึง 59 %

  • นาที 60 ” เบิร์นลี่ เป็นฝ่ายกดดันอย่างเกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน จาก ดไวท์ แม็คนีล ตั้งป้อมเปิดเข้าเขตโทษให้ เจฟฟ์ เฮนดริก ขึ้นโขกบอลหลุดกรอบไปนิดเดียว

จบเกมการแข่งขัน ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เบิร์นลีย์ เสมอ อาร์เซน่อล 0-0 

จบเวลาการแข่งขัน เบิร์นลี่ เสมอกับ อาร์เซน่อลไป 0-0 , ยิงทั้งหมด 14 ครั้ง , 3 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 9 ครั้ง , อาร์เซน่อล ครองบอลได้มากกว่าถึง 57 %

Man of the macth : Nick Pope



ไฮไลท์ระหว่างคู่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้

“ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เปิดบ้านทุบ แมนฯซิตี้ไป 2-0 คว้าสามแต้มแซงทั้ง “ปีศาจแดง” และดาบคู่ขึ้นไปรั้งอันดับ 5 ส่วนลูกทีมของเป๊ปตามหลัง “หงส์แดง” สุดกู่ 22 แต้ม ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 25

  • นาที 37 ” เซร์คิโอ อเกวโร่ ล้มลงไปในเขตโทษหลังโดน แซร์ช โอริเย่ร์ มาเข้าด้านหลัง ผู้ตัดสินให้เล่นต่อ ก่อนได้รับสัญญาณจากห้องควบคุม VAR ให้จุดโทษเรือใบ หลังมองว่า แซร์ช โอริเย่ร์ ไปเข้าเสียบด้านหลัง อเกวโร่ ก่อนถึงบอล
  • นาที 40 ” อิลคาย กุนโดกัน รับหน้าที่สังหารดันยิงไปติดเซฟของ อูโก้ โยริส ที่พุ่งถูกทาง ราฮีม สเตอร์ลิง จะสปีดไปแตะบอลแล้วล้มลงแต่ผู้ตัดสินก็ไม่ว่าอะไร

จบครึ่งแรก, ท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ 0, แมนเชสเตอร์ซิตี้ 0

ไฮไลท์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก หมดครึ่งเวลาแรก ทั้งสองทีมยังทำไรกันไม่ได้เสมออยู่ 0-0  ยิงทั้งหมด 11 ครั้ง , 0 ใบเหลือง , เตะมุมรวม 2 ครั้ง , แมนเชสเตอร์ซิตี้ ครองบอลได้มากกว่าถึง 67 %

  • นาที 60 ” แมนฯวิตี้ต้องเหลือผู้เล่น 10คน หลัง โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ มาโดนเหลืองที่สองเป็นใบแดง จากจังหวะไปหยุดฟาวล์ใส่ แฮร์รี่ วิงค์ส 
  • นาที 63 ” “ไก่เดือยทอง” สเปอร์เป้นฝ่ายออกนำไปก่อน จากจังหวะ ลูกัส มูร่า จ่ายบอลเข้ากลางให้ สตีเว่น เบิร์กไวจ์น พักอกแล้วพลิกตัวยิงไปอย่างงดงาม
  • นาที 71 ” สเปอร์ทิ้งห่างออกไป 2-0 จากจังหวะ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล หาช่องแทงบอลให้ ซง ฮง มิน กลับตัวหาจังหวะยิงเข้าไป

จบการแข่งขัน ท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ 2, แมนเชสเตอร์ซิตี้ 0 หลังจากที่แมนฯซิตี้แพ้นัดนี้ ตามหลังจ่าฝูง ลิเวอร์พูล สุดกู่ถึง 22 คะแนน โอกาสส่งหงส์แดงฉลองแชมป์มีมากขึ้นไปอีก

จบเวลาการแข่งขัน สเปอร์ เชือดเอาชนะไป 2-0 , ยิงทั้งหมด 11 ครั้ง , 3 ใบเหลือง , 1ใบแดง ,เตะมุมรวม 36 ครั้ง , แมนเชสเตอร์ซิตี้ ครองบอลได้มากกว่าถึง 68 %

Man of the macth : Steven Bergwijn